วปอ.รุ่น 68 จัดเสวนา “เสริมสร้างความมั่นคง ใน จชต.” บิ๊กความมั่นคง-พัฒนา ร่วมเสวนา สะท้อนการทำงาน ยกระดับแดนใต้
รายละเอียดข่าว (ไทย)
วันนี้ (15 มิ.ย. 2569) คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “การเสริมสร้างความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ณ สโมสรค่ายเสนาณรงค์ มณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร, พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4, นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต., นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญสิทธิ์ ไชยชนะ รองอธิบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เเละมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กล่าวตอนหนึ่งของการเสวนาว่า ความท้าทายในการแก้ไขปัญหา จชต. คือการใช้ยุทธการ ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี โดยเฉพาะความสมดุลในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อไม่ให้สถานการณ์กลายเป็นพื้นที่สีเทา (Gray Zone) เนื่องจากบางครั้ง การใช้ยุทธวิธีบางอย่างก็กระทบกับยุทธศาสตร์ และยุทธศาสตร์บางครั้งก็ไม่สามารถตอบสนองการทำงานได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตามคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ เป็นกลไกหลักในการประสานงานระหว่างส่วนกลางและพื้นที่ เพื่อปิดช่องโหว่ระหว่างงานความมั่นคงและการพัฒนา
ด้าน พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ว่า ปัจจุบันภาพรวมปรับตัวดีขึ้นมากและวางเป้าหมายที่จะส่งต่อแผนงานสู่กลไกปกติ สังเกตุได้จากการลดกำลังพลในหน่วยความมั่นคง จาก 60,000 คน เหลือ 40,000 คน ใน จชต. สิ่งสำคัญของการแก้ไขปัญหาคือ ต้องใช้กำลังของทุกภาคส่วนในการป้องกันไม่ให้หลงผิด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่า ผู้ก่อเหตุไม่ได้มุ่งเป้าทำร้ายประชาชนเสมือนในอดีต แต่จะพุ่งเป้าไปที่กำลังของเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่หน่วยความมั่นคงจะค่อยๆส่งมอบงานไปให้หน่วยงานพัฒนา และการบริหารปกติของบ้านเมือง
ด้านนายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า ศอ.บต. มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชุมชน ทั้งนี้ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบนั้น ล่าสุดกำลังเตรียมเสนอแนวทางการเยียวยา “ค่าเสียโอกาส” ให้รัฐบาลพิจารณา เนื่องจากการเกิดเหตุความรุนแรง 1 เหตุการณ์ นอกจากชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังมีความเสียหายของการเสียโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักธุรกิจไม่แน่ใจในการลงทุนในพื้นที่
ซึ่งสอดรับกับแนวทางของ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่กล่าวถึงแนวทางการทำงานในพื้นที่ว่า จุดศูนย์กลางของการแก้ปัญหาคือ การขับแก้ไขปัญหาร่วมกันทุกองคาพยพ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล จนถึงชุมชน เพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับมา โดยยกตัวอย่างโครงการ “ตำบลสันติสุข” ของศอ.บต. ที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนร่วมจัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้อง ยกระดับเศรษฐกิจ และสร้างสันติสุขได้ด้วยตัวเองอย่างตรงจุด
สำหรับมิติด้านการศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญสิทธิ์ ไชยชนะ รองอธิบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา หนึ่งในผู้ร่วมเสวนาสะท้อนว่า ประชากรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 ในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเป็นชาวมุสลิม และครอบครัวมีรายได้น้อย ทางมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้ขึ้นค่าลงทะเบียนเรียนมากว่า 15 ปีแล้ว เนื่องจากตระหนักดีว่า การศึกษาจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาพื้นที่




































