ศอ.บต. ลงพื้นที่อาซ่อง ติดตามบัณฑิตอาสาฯ สร้างความเข้าใจคู่มือรับมือน้ำท่วม ช่วยประชาชนปลอดภัย ไม่ตกหล่น
รายละเอียดข่าว (ไทย)
กดปุ่มแปลเพื่อสลับเป็น Bahasa Melayu ได้ทันที
3
(27 ตุลาคม 2569) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำโดย นายรุสดี หะยีมะลี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) พร้อมเจ้าหน้าที่กองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ ศอ.บต. ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้คู่มือเตรียมความพร้อมรองรับเหตุอุทกภัยสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก
จากการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของผู้แทนชุมชน พบว่า ในช่วงเกิดอุทกภัยประชาชนบางส่วนไม่ต้องการอพยพออกจากบ้าน เนื่องจากเป็นห่วงทรัพย์สิน ขณะที่การติดต่อสื่อสารในบางช่วงไม่สามารถทำได้ การไฟฟ้าถูกตัดหมด ส่งผลให้การประสานงานและติดต่อบุคคลอื่นเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้บริเวณถนนทางหลวงกิโลเมตรที่ 6 และกิโลเมตรที่ 8 ในพื้นที่ตำบลอาซ่อง ยังประสบปัญหาการระบายน้ำไม่ทันและเครื่องสูบน้ำไม่เพียงพอ จึงมีข้อเสนอให้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
นายรุสดี หะยีมะลี กล่าวว่า “สิ่งสำคัญของการจัดการภัยพิบัติ คือ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปรับบทบาทจากผู้ประสบภัยมาเป็นผู้ช่วยเหลือให้เร็วที่สุด เพราะการช่วยเหลือประชาชนไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในพื้นที่”
พร้อมเน้นย้ำว่า บัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิต้องมีความรู้ความเข้าใจในการรับมือภัยพิบัติอย่างครบวงจร ทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย สามารถประเมินสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน ตลอดจนรวบรวมข้อมูลความเสียหายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน โดยเฉพาะหลักฐานประกอบการขอรับความช่วยเหลือและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย
ทั้งนี้ ศอ.บต. จะเร่งสำรวจความเข้าใจของบัณฑิตอาสาฯ ต่อคู่มือเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย รวมถึงตรวจสอบว่าประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงหรือไม่ เพื่อนำข้อเสนอแนะต่างๆ ไปปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ตกหล่น
นอกจากนี้คณะฯยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมมัสยิดบาโงย หมู่ที่ 5 ตำบลอาซ่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมให้เป็นศูนย์พักพิงและศูนย์อพยพประจำหมู่บ้าน โดยคาดว่าจะสามารถรองรับผู้ประสบภัยได้ประมาณ 50 คน เพื่อเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนในกรณีเกิดอุทกภัยและจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง